ไทย

Home/Tag: ไทย

วิเคราะห์แหล่งทุนวิจัย

2020-10-07T05:27:32+00:00

วิเคราะห์แหล่งทุนวิจัย  โดย ดร.พระมหาเกียงศักดิ์ อินทปัญโญ วัดสุทธิวราราม กรุงเทพ การเขียนข้อเสนอโครงกาวิจัยเพื่อขอรับทุนวิจัยจากหน่วยให้ทุนวิจัยต่างๆ ผู้วิจัยจำเป็นต้องวิเคราะห์ ลักษณะผู้ให้ทุน กรอบการวิจัยที่ผู้ให้ทุนประกาศรับ และสำรวจความเชี่ยวชาญของผู้วิจัยที่จะสอดคล้องกับ กรอบวิจัยที่แหล่งทุนวิจัยนั้นต้องการ วันนี้ขอนำเสนอ PMU หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) แหล่งทุนนี้ เน้นการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียได้มีโอกาสเข้ามาร่วมกันคิด วางแผน กำหนด ลงมือดำเนินการและการวัดผลในกิจกรรมเพื่อการ พัฒนาอย่างมีกลยุทธ์ด้านการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ แพลตฟอร์มที่น่าสนใจ คือแพลตฟอร์มที่ 3 ซึ่งเป็นการวิจัยและ นวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในโปรแกรมที่ 10 ยกระดับความสามารถการแข่งขันและ วางรากฐานทางเศรษฐกิจ จากการสำรวจกรอบประเด็นวิจัยที่ บพข ประกาศกรอบนโยบาย ซึ่งเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งกรอบวิจัยที่นักวิจัยของ มจร. พอจะนำมากำหนดเป็นประเด็นเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย เพื่อเบียดตัวเองให้ได้รับทุนวิจัยจาก PMU นี้ มีประเด็นน่าสนใจดังนี้ กรอบวิจัยที่ 5. การท่องเที่ยวและ เศรษฐกิจสร้างสรรค์: การพัฒนาแหล่ง ท่องเที่ยวและ ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ ฐานราก 5.1 พัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสินค้าสร้างสรรค์หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เพื่อพัฒนา สินค้าสร้างสรรค 5.2 พัฒนารูปแบบธุรกิจ เช่น Creative Startups และ Social Enterprise 5.3 พัฒนาการท่องเที่ยวท้องถิ่น การท่องเที่ยวเมืองรอง และย่านสร้างสรรค์ 5.4 การศึกษาด้านการตลาด โดยการสร้างอัตลักษณ์แบรนด์การท่องเที่ยว 5.5 การวิเคราะห์จัดกลุ่มนักท่องเที่ยว และการกำหนดกลยุทธ์การตลาดการ ท่องเที่ยวกลุ่มเฉพาะ 5.6 พัฒนาระบบมาตรฐานการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน 5.7 พัฒนาระบบบัญชีต้นทุนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในเขตพัฒนาการท่องเที่ยว ที่สำคัญ กรอบวิจัยที่ 6. การท่องเที่ยวเชิง สุขภาพ (Wellness tourism) ประกอบด้วย - การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) - การท่องเที่ยวบริการสุขภาพ (Spa & Wellness Tourism) การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) - [...]

วิเคราะห์แหล่งทุนวิจัย2020-10-07T05:27:32+00:00

เยี่ยมยามรีสอร์ทร่วมสมัย : ความเป็นไปของมอญกับการท่องเที่ยว

2018-06-25T08:29:13+00:00

" เยี่ยมยามรีสอร์ทร่วมสมัย : ความเป็นไปของมอญกับการท่องเที่ยว" ในยุคที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกำลังได้รับความสนใจ ชุมชนมอญหลายแห่งในประเทศไทยได้รับการผลักดันให้ก้าวลงสู่สนามธุรกิจทางด้านนี้ ประเพณี เทศกาลงานบุญ เครื่องแต่งกาย อาหาร การกินอยู่ ศิลปะหัตถกรรม ฯลฯ ต่างถูกนำมาใช้เพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเยือน แอดมินได้มีโอกาสมาเยือนรีสอร์ทริมแม่น้ำแม่กลอง ใน ต.นครชุมน์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แล้วก็พบว่า "ความเป็นมอญ" ได้กลายมาเป็นสิ่งดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมยาม หากมีเวลาลองมาสัมผัสความเป็นมอญ แห่งลุ่มน้ำแม่กลอง พบปะพี่น้องชาวมอญในชุมชนใกล้เคียง แล้วตักตวงความประทับใจในช่วงวันหยุดกลับไปกับตัวคุณ แอดมินเม้ยโดงทอ สถานที่ : แอนทีค ริเวอร์ ไซด์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

เยี่ยมยามรีสอร์ทร่วมสมัย : ความเป็นไปของมอญกับการท่องเที่ยว2018-06-25T08:29:13+00:00

ล้านนาคำเมือง : ปฏิทินล้านนา

2018-06-25T08:16:15+00:00

ล้านนาคำเมือง : ปฏิทินล้านนา 46SHARES Facebook ที่มา มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 8 - 14 มิถุนายน 2561 คอลัมน์ ล้านนาคำเมือง ผู้เขียน ชมรมฮักตั๋วเมือง สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยแพร่ วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2561 อ่านเป็นภาษาล้านนาว่า “ปะติทินล้านนา” แปลว่า “ปฏิทินล้านนา” ความเป็นมาของความเชื่อและศรัทธาในสังคมล้านนามีวิวัฒนาการ ก่อนที่คนล้านนาจะหันมานับถือพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด คนล้านนาเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ เชื่อเรื่องวิญญาณ นับถือผี บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่าสามารถปกป้องคุ้มครองผู้คนในชุมชนให้อยู่เย็นเป็นสุข เวลาคนล้านนาจะประกอบกิจกรรมใด จึงยึดถือในสิ่งที่เป็นสิริมงคล เชื่อในฤกษ์ยามเป็นหลัก วันไหนวันดี วันไหนไม่ดี วันไหน ยามใด ข้างขึ้นหรือแรม เดือนอะไร ทั้งหมดนี้เป็นสำเหนียกของคนล้านนาโบราณเสมอมา กระทั่งทุกวันนี้คนล้านนาแท้ๆ ก็ยังมีวัตรปฏิบัติคล้ายกับคนโบราณ แม้ว่าจะไม่เคร่งครัดเท่า คนล้านนาแท้ๆ มักจะรู้ว่าวันไหนเป็น “วันเสีย” วันนั้นๆ เป็นวันที่มี “กำลังวัน” ร้ายสูงสุด เป็นวันแรงทางลบ จึงเป็นวันที่ไม่เหมาะสำหรับกระทำการมงคลใดๆ ที่ท่องๆ กันเป็นอาขยานจนถึงทุกวันนี้ได้แก่ เกี๋ยง ห้า เก้า เสียอาทิตย์กับจันทร์ ยี่ หก สิบ เสียอังคารวันเดียว สาม เจ็ด สิบเอ็ด เสียเสาร์กับพฤหัส สี่ แปด สิบสอง เสียศุกร์กับพุธ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อในสังคมเป็นรายละเอียดลงไปอีก เช่น วันนำโชคขึ้นอยู่กับวันทางจันทรคติ ข้างขึ้น ข้างแรม จะส่งผลดี-ร้ายต่อผู้คนต่างกัน เช่น วัน 1 ค่ำ ช้างแก้วขึ้นสู่โรงธรรม เป็นวันดี วัน 6 ค่ำ ลงสะเปาไปค้า เป็นวันดี วัน 12 ค่ำ บ่มีดีสักอย่าง เป็นวันไม่ดี วัน 14 ค่ำ ศัตรูปองฆ่า [...]

ล้านนาคำเมือง : ปฏิทินล้านนา2018-06-25T08:16:15+00:00

ตำนาน “เจดีย์วัดสามปลื้ม” เจดีย์โบราณกลางถนน!!

2018-06-24T09:54:02+00:00

ตำนาน “เจดีย์วัดสามปลื้ม” เจดีย์โบราณกลางถนน!! “เจดีย์นักเลง” จ.พระนครศรีอยุธยา หรือ “เจดีย์วัดสามปลื้ม” เจดีย์ขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านบนเกาะ วงเวียนกลางถนน จนเป็นที่น่าแปลกประหลาดแก่คนต่างถิ่นว่าเหตุใด จึงมีเจดีย์มาตั้งอยู่ตรงนี้ เพราะซึ่งบริเวณนี้เคยเป็นวัด ชื่อว่า วัดสามปลื้ม มาก่อนในสมัยโบราณ ปัจจุบันเจดีย์วัดสามปลื้มเหลือเพียงองค์เจดีย์ตั้งอยู่ตามลำพัง ส่วนอื่นๆของวัดสามปลื้มถูกทำลายไปหมดแล้ว เจดีย์วัดสามปลื้มเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น กรมศิลปากรบูรณะเจดีย์องค์นี้ไว้ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และคงลักษณะสำคัญโดยรวมเอาไว้ เจดีย์นักเลงที่วัดสามปลื้ม ตั้งอยู่กลางวงเวียนทางเข้าเมืองด้านทิศตะวันออก ก่อนขึ้นสะพานปรีดี-ธำรง และสะพานนเรศวร ข้ามแม่น้ำป่าสักมุ่งสู่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันเจดีย์วัดสามปลื้มเหลือเพียงองค์เจดีย์ตั้งอยู่ตามลำพัง ส่วนอื่นๆของวัดสามปลื้มถูกทำลายไปหมดแล้ว ความสำคัญของเจดีย์วัดสามปลื้มนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าวัดสามปลื้มสร้างในสมัยใด ส่วนตัวเจดีย์ที่เห็นในปัจจุบันก็เหลือเพียงเจดีย์ทรงกลม ฐานแปดเหลี่ยม ก่ออิฐไม่สอปูน ซึ่งเป็นแบบเจดีย์สมัยอโยธยา คาดว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้นมีเรื่องเล่าต่อๆ กันว่าเจดีย์วัดสามปลื้มสร้างในสมัยพระนารายณ์มหาราช โดยมารดาของเจ้าพระยาโกษา (เหล็ก) และเจ้าพระยาโกษาปาน (ปาน) เป็นแม่นมของพระนารายณ์มหาราช เรียกกันว่าเจ้าแม่ดุสิต (บัว) ดีใจที่ลูกชายไปรบแล้วชนะศึกสงคราม ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง จึงสร้างเจดีย์วัดสามปลื้มขึ้น โดยเจดีย์วัดสามปลื้มเคยได้รับการบูรณะครั้งหนึ่ง สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อปี ๒๔๘๖ (โกษาธิบดีปาน) (โกษาธิบดีเหล็ก) ปัจจุบันตัววัดนั้นไม่มีให้เห็นแล้ว สิ่งที่ยืนยันได้ว่าอาณาบริเวณแถบนี้คือวัดคือ”เจดีย์วัดสามปลื้ม” เนื่องจากเมื่อความเจริญคืบคลานเข้ามา มีการสร้างถนนเข้ามาในพระนครศรีอยุธยา จึงได้ตัดผ่าเข้ามากลางพื้นที่ของวัดโบราณ ไม่ว่าจะเป็นวัดแม่นางปลื้ม วัดแม่ย่า ฯลฯ ล้วนถูกทำลายซากโบราณสถานต่างๆ ย่อยยับ มีเรื่องเล่าว่าเมื่อมีการตัดถนนผ่านตัวเมืองแรกๆ มีความต้องการตัดผ่านตัวเจดีย์จึงจำเป็นต้องรื้อถอนเจดีย์นี้ออก และสร้างถนนทับ แต่ว่าได้มีกลุ่มนักเลงไม่ยอม มีการคัดค้านการรื้อถอนของเจดีย์นี้ สุดท้ายการก่อสร้างจึงจำเป็นต้องตัดถนนอ้อมตัวเจดีย์ ชาวบ้านบางส่วนจึงขนานกันว่า “เจดีย์นักเลง” เจดีย์ที่ตั้งตระหง่านไม่หลบให้ถนน ซึ่งเป็นซากแห่งรอยอารยธรรมที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองถึงขีดสุดของมหานครนามว่า…อโยธยาศรีรามเทพนคร ขอบคุณข้อมูลจาก นิทรรศการพลังแผ่นดิน อัศจรรย์งานศิลป์แผ่นดินสยาม ขอบคุณที่มาจาก partiharn จุดประสงค์เผยแพร่เพื่อการศึกษาอนุรักษ์เชิงประวัติศาสตร์

ตำนาน “เจดีย์วัดสามปลื้ม” เจดีย์โบราณกลางถนน!!2018-06-24T09:54:02+00:00

ลำดับกษัตริย์ราชวงศ์เม็งราย

2018-06-24T09:33:15+00:00

ลำดับกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ของเมืองเชียงใหม่ นำมาจากหนังสือ ประวัติศาสตร์และศิลปะล้านนา ของศาสตราจารย์เกียรติคุณ สุรพล ดำหริห์กุล ปล.หนังสือเล่มนี้ดีมากอีกเล่มหนึ่ง อ่านสนุก เขียนแล้วเข้าใจง่าย แอดมินอ่านเพลิน วางไม่ลงเลยทีเดียว เพราะอาจารย์สามารถทำให้เรื่องประวัติศาสตร์กลายมาเป็นเรื่องสนุกที่อ่านเพลินได้ # ไทย - พม่า : เพราะแผ่นดินเราติดกัน

ลำดับกษัตริย์ราชวงศ์เม็งราย2018-06-24T09:33:15+00:00

เส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

2018-06-15T08:05:52+00:00

เส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หลังจากที่ทัพพระเจ้าตากหักเอาเมืองจันทบูร (จันทบุรี) ลงได้แล้ว ก็ยังจัดทัพไปยังเมืองตราดด้วย ก่อนจะย้อนกลับมาตั้งหลักอยู่ที่เมืองจันทบูร เพื่อต่อเรือรบ เป้าหมายต่อไปคือ เมืองธนบุรี ที่มารูปภาพและเนื้อหา หนังสือ พระเจ้าตากเบื้องต้น # ไทย - พม่า : เพราะแผ่นดินเราติดกัน

เส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช2018-06-15T08:05:52+00:00

พระเกล็ดพญานาควัดยางกวง

2018-06-15T07:41:00+00:00

พระเกล็ดพญานาควัดยางกวง.ว่ากันว่าพระองค์นี้มีเทวดาคอยรักษา.ศักดิ์สิทธิ์นัก.ขอพรสิ่งใดก็ได้สมดังใจปราถนา ....ตำนานสร้างวัด.สมัยก่อนเชียงตุงมีผีเปรตออกอาละวาด.ทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว.จนเป็นไข้.เจ็บป่วยล้มตายกันเป็นอันมาก.เมื่อชาววัดชาวเมือง.นิมนต์พระมาสวดทำพิธีไล่ผี.แต่จะทำเท่าไหร่ก็ไม่เคยสำเร็จ.วันหนึ่งมีพระธุดงค์มาจากเชียงใหม่.ระหว่างทางท่านได้ยินเสียงเด็กเลี้ยงควายท่องบทสวดมนต์.ท่องไปเหมือนบ่นผิดๆถูกๆ.สวดก็ซ้ำคำ.ออกเสียงก็เพี้ยนทำให้บทสวดไร้ซึ่งพุทธานุภาพ.ท่านจึงเมตตาแก้ไขให้ถูกต้องและเมื่อเด็กเล่าเรื่องเปรตให้ฟังท่านยังช่วยอนุเคราะห์.ทำพิธีจนปราบผีเปรตได้สำเร็จ ....ต่อมาพระยาผายู(พ.ศ.1879-1898)แห่งเมืองเชียงใหม่ทรงทราบเรื่องเข้า.จึงได้นิมนต์พระเถระรูปเดิมขึ้นไปเชียงตุงอีกครั้งหนึ่ง.เพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาสายสวนดอกนครพิงค์.เมื่อท่านได้จำพรรษาที่นั่นจึงได้สร้างวัดยางกวงขึ้นมา.โดยภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูป.จีวรประดับด้วยแก้วหลากสีมองดูคล้ายเกล็ดพญานาค.ชาวเชียงตุงจึงเรียกว่า พระเกล็ดนาค ...ตำนานของพระพุทธรูป.เล่ากันว่ามีพญานาคอาศัยอยู่ในหนองตุงตนหนึ่ง.มีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมาก.จึงได้เลื้อยขึ้นมาในเวลากลางคืนเพื่อสักการะพระพุทธรูปเป็นประจำ.ทุกครั้งที่มาก็จะเอากายเลื้อยพันพระพุทธรูปนี้ไว้.นานวันเข้าผิวองค์พระจึงมีรอยเกล็ดนาค.ต่อมาชาววัดชาวบ้านได้สังเกตเห็นรอยดังกล่าว.จึงชวนกันนำแก้วหลากสีมาประดับให้สวยงามเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง.กลายมาเป็นพระเกล็คนาคแห่งวัดยางกวง.ถึงปัจจุบันนี้ ที่มา เชียงตุงอยู่ดีกินหวาน

พระเกล็ดพญานาควัดยางกวง2018-06-15T07:41:00+00:00
Go to Top