Myanmar

Home/Myanmar

การแต่งกายของชาวตะเลงในพม่าและสยาม

2020-10-07T05:18:48+00:00

ชาวตะเลงในพม่า แต่งกายคล้ายคลึงชาวพม่า แตกต่างกันน้อยมาก ผู้ชายนุ่งผ้าหน้าแคบ ยาวประมาณ ๘ หลา ไม่ตัดเข้าทรง เวลานุ่งรวบชายผ้าไว้ข้างหน้าพับสามทบ ทิ้งชายผ้ายาว หรือบางครั้งเอาพาดบ่า สำหรับคนแก่ จะเอาชายผ้าพันคอกันหนาวตอนเช้าเหมือนผ้าพันคอหรือผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายใช้นุ่งประจำวัน ส่วนผ้าไหมใช้นุ่งในโอกาสพิเศษ ร่างท่อนบนสวมเสื้อตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายสีขาว หรือสีเข้ม เข้ารูปพอดีตัว ใช้ผ้าไหมสีสดโพกศีรษะ ผู้หญิงนุ่งผ้าลักษณะเดียวกับผู้ชาย แต่ลวดลายและความยาวต่างกัน สวมเสื้อสีขาวหรือสีต่างๆ ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม ในโอกาสพิเศษคล้องหรือห่มผ้าไหมสีสด หญิงสูงอายุบางคนนุ่งผ้าถุงหน้าแคบมาก เป็นผ้าไหมผืนสี่เหลี่ยมเพลาะติดกัน ๒ ผืน เวลาเดินเผยเห็นขา ทั้งชายและหญิงสวมรองเท้าแตะเหมือนกัน ชายชาวตะเลงในสยามแต่งกายคล้ายคลึงชาวสยาม นุ่งผ้านุ่งโจง แต่นิยมสวมเสื้อแบบพม่า ภายหลังนิยมสวมเสื้อแบบตะวันตกตามความนิยมของสยาม อีกทั้งสวมหมวกด้วย ชาวตะเลงในสยามไม่โพกศีรษะ ด้วยตัดผมสั้น การไว้ผมแบบดั้งเดิมของชาวตะเลงอาจสืบค้นได้ยาก นักประวัติศาสตร์ชาวตะเลงบอกว่า เมื่อพระเจ้าตะบินชเวที ขึ้นครองบัลลังก์เมืองพะโคได้ ๔ ปี ก็ตัดผมตามอย่างธรรมเนียมมอญ มีคนบอกว่าไม่ตัดผมสั้นเหมือนชาวตะวันตกหรือสยาม แต่เป็นทรงเหมือนชามคว่ำบนศีรษะ เล็มปลายผมให้เรียบเสมอกัน หญิงชาวมอญในสยามไว้ผมยาวเกล้ามวยบริเวณท้ายทอย แตกต่างจากทรงผมชาวพม่า เพราะชาวพม่าเกล้าผมกลางศีรษะ และนุ่งผ้าแตกต่างจากชาวพม่า หญิงชาวสยามหาบไม้คานส่วนหญิงชาวพม่าเทินสัมภาระบนศีรษะ หญิงชาวมอญสวมเสื้อแขนยาวสีขาว ในโอกาสพิเศษ และสวมเสื้อสีเข้มในชีวิตประจำวัน ชาวตะเลงในสยามไม่สักหมึก ขณะชาวตะเลงในพม่าสักหมึกกันทั่วไป มีหลักฐานชัดเจน บันทึกนักเดินทางในสมัยโบราณระบุว่า รอยสักเป็นสิ่งแยกแยะชาวพม่าออกจากชาวตะเลง ในสยามมีคนสักหมึกน้อย ส่วนใหญ่อาจารย์สักหมึกชาวพม่าผู้เดินทางท่องเที่ยวมาเป็นคนสักให้ ฯลฯ สุทธิศักดิ์ ถอดความ ภาพ Mameet ชาวตะเลงธิดาเจ้าเมืองเเปร ('A Series of Views in Burmah) Talaings by Halliday R. Publication date 1917

การแต่งกายของชาวตะเลงในพม่าและสยาม2020-10-07T05:18:48+00:00

ฉากถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า : จิตรกรรมฝาผนัง วัดไทรอารีรักษ์

2020-10-07T05:06:02+00:00

ฉากถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า : จิตรกรรมฝาผนัง วัดไทรอารีรักษ์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี วันนี้นับเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวพุทธ ที่มีหลายๆท่านได้โพส ข้อความต่างๆ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วันอัฏฐมีบูชา คือวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (หลังเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ 8 วัน) ถือตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือนวิสาขะ (เดือน 6 ของไทย) ด้วยความสำคัญของวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้านี้เองจึงเป็นตอนสำคัญที่มักปรากฏในจิตรกรรมฝาผนังในวัดหลายๆ แห่ง เช่นที่วัดไทรอารีรักษ์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง แสดงฉากสำคัญ เช่น ขบวนแห่พระบรมศพ ของพระพุทธเจ้า และฉากถวายพระเพลิงพระบรมศพ นอกจากนั้นยังแสดงภาพมโหรสพ สมโภชเอิกเกริก เช่น การแสดงหนังใหญ่จากวัดขนอน วงปี่พาทย์มอญ หุ่นละครเล็ก โรงหุ่น ภาพจิตรกรรมดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงคติความเชื่อที่ชาวมอญมีความยึดมั่นในพระพุทธศาสนาและยังเชื่อมโยงไปสู่ประเพณีการจัดงานศพพระสงฆ์ ที่ชาวมอญให้ความสำคัญและสืบทอดมาจนทุกวันนี้... แอดมิน :เม้ยกวาญฮะกอ ที่มาภาพ : www.voicetv.co.th ,th.readme.me

ฉากถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า : จิตรกรรมฝาผนัง วัดไทรอารีรักษ์2020-10-07T05:06:02+00:00

เยาวชนมอญร้อง ดอว์ซูจี ยกเลิกใช้คำนำหน้าภาษาพม่านำชื่อชาวมอญ อ้างเพื่อให้เกียรติคนชาติพันธุ์

2020-10-08T15:48:21+00:00

ระหว่างที่นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐได้เดินทางไปเยือนรัฐมอญ เพื่อพูดคุยหัวข้อประเด็นการเจรจาสันติภาพ ได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนกับกลุ่มเยาวชนมอญและประชาชนชาวมอญที่มหาวิทยาลัยมะละแหม่ง รัฐมอญ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ ทางกลุ่มเยาวชนมอญได้ร้องขอให้นางอองซาน ซูจี พิจารณายกเลิกนำภาษาพม่า เช่น อู และ ดอว์ เป็นต้น ซึ่งมีความหมายว่า อาหรือลุง และน้าหรือป้า นำหน้าชื่อภาษามอญในเอกสารที่ทางราชการออกให้ โดยเยาวชนอ้างเป็นความขัดแย้งทางวัฒนธรรมที่ไม่ได้รับการแก้ไข้มาเป็นเวลานาน เราต้องการที่จะให้ใช้คำว่า “Mi” นำหน้าชื่อเด็กผู้หญิงชาวมอญ และ”Mehm” ใช้แทนเด็กผู้ชาย นี่เป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับเรา เมื่อเราไปสำนักงานทะเบียนแห่งชาติ ก็เกิดความขัดแย้งเพราะเจ้าหน้าที่ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ มีหง่วยเล จากมูลนิธิ Cetana Development Foundation กล่าว โดย มีหง่วยเล ยังอธิบายเพิ่มเติมโดยยกตัวอย่างผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งอย่าง นางมี ลาวี ห่าน ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2015 ที่คณะกรรมการเลือกตั้งขอให้ผู้สมัครรายนี้ต้องใช้คำว่า “ดอว์” ในภาษาพม่า นำหน้าชื่อของเธอ ซึ่งเป็นชื่อภาษามอญ โดย มีหง่วยเล ได้ร้องขอให้นางอองซาน ซูจี ป้องกันอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก อย่างไรก็ตาม นางซูจีได้อธิบายแย้งว่า คนทั่วไปไม่ทราบเกี่ยวกับวัฒนธรรมมอญ โดยเชื่อว่า ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะโจมตีวัฒนธรรมมอญ “พวกเขาพูดตามที่พวกเขาเข้าใจ บางคนเรียกรัฐมนตรีกระทรวงฝ่ายชาติพันธุ์ว่า อูหน่ายเท็ตลิน นั่นเป็นวิธีแสดงออกถึงความเคารพ ไม่ได้ต้องการให้เขาอับอายแต่อย่างใด” นางซูจี ยังกล่าวว่า คนมอญสามารถบอกไม่ต้องใส่คำนำหน้าเป็นภาษาพม่าในการเขียนทั่วๆ ไปได้ แต่หากเป็นเอกสารที่ทางราชการออกให้จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ทางการกำหนดไว้ ส่วนนายอูเอมิ้นโก่ รองเลขาธิการกระทรวงฝ่ายชาติพันธุ์เผยว่า ทางกระทรวงแรงงาน การอพยพและประชากรได้จัดทำคู่มือแนะนำวิธีเขียนชื่อของคนกลุ่มชาติพันธุ์เอาไว้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา คนกลุ่มชาติพันธุ์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความรู้สึกว่า พวกเขาถูกยัดเยียดความเป็นพม่าให้เมื่อต้องใส่คำนำหน้าภาษาพม่าอย่างคำว่า อูและดอว์ ที่มา Mon News Agency แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ สำนักข่าวชายขอบ : http://transbordernews.in.th/home/?p=19124 .

เยาวชนมอญร้อง ดอว์ซูจี ยกเลิกใช้คำนำหน้าภาษาพม่านำชื่อชาวมอญ อ้างเพื่อให้เกียรติคนชาติพันธุ์2020-10-08T15:48:21+00:00
Go to Top